การกระจายทางพื้นที่ (spatial distribution)
อาจพิจารณาประเภท จำนวน ขนาด ความหนาแน่น ระยะห่าง รูปแบบ เช่น จำนวนประชากรที่อาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง ซึ่งมีความหนาแน่นมาก พื้นที่ที่เป็นย่านธุรกิจหรือย่านการค้าจะมีความหนาแน่นของประชากรสูงมาก

การแพร่กระจายทางพื้นที่ (spatial diffusion)
หมายถึง การที่นวัตกรรมแพร่กระจายจากจุดกำเนิดไปยังบริเวณอื่นๆ สามารถศึกษาประเภท เส้นทาง และสร้างแบบจำลองกระบวนการแพร่กระจาย เช่น การกำเนิดของประเพณีและวัฒนธรรม โดยกลุ่มชนเป็นตัวการที่นำเอาวัฒนธรรมและประเพณีไปเผยแพร่ในพื้นที่ต่างๆ ตัวอย่าง ประเพณีเรียกขวัญข้าว

ปฏิสัมพันธ์ทางพื้นที่ (spatial interaction)
หมายถึง ความสัมพันธ์ระหว่างปรากฏการณ์ต่างๆ ในสถานที่ เช่น ชนเผ่ากับบ้านเรือน อ่าวกับท่าเรือ ระหว่างพื้นที่ซึ่งอาจมีความคล้ายคลึงหรือแตกต่างกัน เช่น การขนส่ง การย้ายถิ่น การแพร่กระจาย สามารถศึกษาประเภท ทิศทาง และปริมาณ

ช่วงเวลาในเชิงพื้นที่(SpatialSpatial Temporary)
หมายถึง ช่วงเวลาในแต่ละพื้นที่จะแตกต่างกันออกไปในช่วงของการแบ่งเขตเวลา การกระทำหรือกิจกรรมก็จะต่างกันออกไปตามช่วงเวลาของพื้นที่แต่ละส่วน เช่น ช่วงเวลาในการสำรวจการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมที่สวนป่าแม่แจ่ม ตั้งแต่ระยะเวลา 1 มีนาคม 2554 ถึง 30 เมษายน 2554

ความแตกต่างเชิงพื้นที่(Spatial Differentiation)
หมายถึง ในพื้นที่จะมีความแตกต่างกันในหลายๆด้าน พื้นที่แต่ละส่วนจะไม่เหมือนกันในหลายประการ อาจเป็นสิ่งแวดล้อม พื้นที่สูง-ต่ำของแต่ละบริเวณนั่นๆ เช่น ในพื้นที่บางพื้นที่มีภูเขา บางพื้นที่เป็นที่ราบ ในลักษณะเช่นนี้เป็นลักษณะความแตกต่างของพื้นที่ในประเทศไทย พื้นที่บางพื้นที่มีการเจริญเติบโตของสิ่งแวดล้อมมากเนื่องจากมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ แต่บางพื้นที่ มีการเจริยเติบโตของสิ่งแวดล้อมน้อยเนื่องจากมีทรัพยากรธรรมชาติที่ขาดความสมบูรณ์

แหล่งข้อมูล:วิทยานิพนธ์ภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง: